| Perfil de PJPJ ครับFotosBlogListas | Ayuda |
|
26 octubre คิดถึงเธอทุกที ที่อยู่คนเดียว.............ตะวันลับฟ้าเมื่อตอนเย็นๆ เป็นเวลาที่ใจ หาย
ปลายท้องฟ้ากับแดดรำไร ฉันเหมือน .......ใจจะขาด
.....ยังกังวล ห่วงใครบางคน ที่ไม่อาจพบและเจอ
คิดถึงเธอทุกที ที่อยุ่คนเดียว......
.........ไม่เคยได้รู้ว่าเธอเป็นไง ข่าวคราวเงียบหายเมื่อจากกัน
เธอมีใครมาแทนที่ฉัน แล้วเขา ดีหรือเปล่า
.......มีฉันไหมเวลาที่ฝัน หรือว่าลืมทุกเรื่องราว
ยังคิดถึงกันหรือเปล่า เมื่ออยู่คนเดียว..........
เฮ้อ....และแล้วปิดเทอมเล็กนี้ก็กำลังจะหมดลงไปแล้วนะนี่
น่าเสียดายจัง ที่พวกเรา เพื่อนๆ ไม่ได้เจอกันในปิดเทอมนี้เหมือนครั้งก่อนๆอ่ะ
ก็เลย คิดถึงพวกแก ตามประสาอ่ะนะ .....ช่วยไม่ได้นี่นา ก็ว่างไม่ตรงกันแหละ
แต่ก็อย่าอะไรเลยนะ พวกแกก็ยัง(น่า)จะเป็นเหมือนเดิม (อันนี้เดาเอา)
ปิดเทอมหน้า ก็ยังไม่อาจทราบอนาคตได้ว่าจะได้เจอกันมั้ย เพราะว่าก็คงจะต้อง
แยกย้ายกันไปฝึกงานกันตามที่ต่างๆแล้ว ตามสาขาที่พวกนายได้เรียนกันมา แต่
ยังไงก็ตามอ่ะนะ คิดถึงชีวิต ม.ปลายว่ะ
บล็อคนี้ไม่มีอะไรหรอก แค่คนบ่นคิดถึงเพื่อนๆ ก็แค่นั้นเอง.......
........ตั้งแต่ครั้งนั้นที่เธอไม่อยู่ ชีวิตดูเปลี่ยนไป
ยังอ้างว้าง ยังเสียใจ......เหลือเพียงแต่ความเงียบเหงา....... 14 octubre โฆษณา ซึ่งแม่ดูไม่ได้.........เกิดอารายขึ้นก็ไม่รู้ กับสเปซน้อยๆ อันนี้ คือผมไม่สามารถ add photo ได้เลยไม่ว่ากรณีใดๆ เฮ้อ....เอาเหอะ add blog ได้ก็บุญแค่ไหนแล้วเนอะ...
.....วันนี้มีเรื่องไรบ้าๆบอๆมาเล่าให้ฟังอีกเหมือนเดิมครับ ถ้าลองย้อนกลับไปอ่านบล็อกเก่าๆนะ ก็จะพบเรื่องไม่เป็นเรื่องที่เป็นเรื่องกับแม่อยู่ได้ทุกวันนี้ (งงรึเปล่า ...หวังว่าคงไม่งง) คืองี้ครับ ความเดิมตอนที่แล้วคือว่า เรื่องมันก็คือ แม่ไม่อยากให้รับงานพวกถ่ายแบบ หรือว่า โฆษณาต่างๆ(อย่างที่ผมทำอยู่เนี่ยแหละ) แต่....ผมก็แหกกฏข้อนี้อยู่เสมอๆครับ แต่ว่ามีข้อแม้อยู่ประการนึงก็คือ...ให้แม่รู้เรื่องนี้ ไม่ได้ เด็ดขาด......
.....พี่ที่โมโทรมาครับ เค้าบอกว่ามีงานโฆษณาตัวนึง ของพอนส์ ผมสนใจรับรึเปล่า....คืออันนี้บอกให้เข้าใจก่อนว่า พอนส์เนี่ยมันเป็นเครื่องสำอางของผู้หญิงนะครับ แต่ว่า มันต้องมีบทผู้ชายเล่นด้วย (ตัวนี้ออนแอร์ไปค่อนข้างนานแล้วลองไปดูๆแล้วกัน ว่าตัวไหนที่มีผู้ชายเล่นอยู่ด้วย) คือไอ้ส่วนตัวเนี่ยครับ ผมสนใจอยู่แล้ว ประมาณ ร้อยสิบเปอร์เซนต์ ทีนี้งานนี้ถ่ายวันอังคาร ซึ่งอ่านบล็อกเก่าดูจะพบว่า วันอังคารเป็นวันที่ผมจะต้องเรียนทั้งวันครับ ไม่สามารถโดดได้แต่ประการใดๆทั้งสิ้น ......ผมก็นึกโทษฟ้าดินอยู่ในใจว่าวันอังคารมันมีดีอารายนักหนาฟระเนี่ย ถ่ายหนังมันก็ถ่ายวันอังคาร (กรูก็ไม่ได้ไป) โฆษณาพอนส์ มันก็ถ่ายวันอังคารอีก (กรูก็อดอีกแล้ว) ......เฮ้อ สวรรค์กลั่นแกล้งซะนี่
......ผมบอกปัดพี่บอลไปอย่างเสียดายโคดๆ เพราะว่า ลูกค้าเลือกแล้ว(หมายถึง ผมไม่ต้องไปแคสงานอีกให้เสียเวลา) แต่ก็อย่างว่าแหละครับ ดันเสื่อจะเป็นคนดี ห่วงเรียน ไม่รู้ว่าตอนนั้นคิดไรอยู่ ......แต่พอมาคิดตอนนี้ ผมยังนึกเสียดายมันอยู่ลึกๆครับ เพราะว่า คิดๆดูว่า ต่อหนึ่งวิชาเนี่ย ผมสามารถขาดได้ 3 ครั้ง ทั้งๆที่ผมยังไม่เคยขาดเลย (เพื่อนคงก่นด่า ว่าโง่กันน่าดู) แต่ก็ช่างมันเหอะครับ มันก็ผ่านมาแล้ว ......พี่บอลทิ้งท้ายไว้ว่า เอาไว้งานหน้าแล้วกันเนอะ
...........แล้วเมื่อไหร่ฟระเนี่ย.........(อันนี้คิดในใจ)
.....หนึ่งสัปดาห์ต่อมา...
.....เสียงโทรศัพท์ผมดังขึ้นอีกครั้ง เป็นพี่บอลครับ ข่าวดีก็คือ ผมมีงานโฆษณาเข้ามาอีกแล้ว (อันนี้จะคว้าไว้สองมือ แถมเอา
ทีน เกี่ยวไว้อีกต่างหาก) เป็นโฆษณา หมากฝรั่งยี่ห้อหนึ่งครับ (M............s) โฆษณานี้พี่บอลบอกผมมาว่า อันนี้ผมไม่ได้เป็นตัวหลัก แล้วก็คุยกันเรื่องเงินไรงี้.........
.....ผมกลั้นใจอยู่นานก่อนที่จะถามพี่บอลไปว่า ถ่ายงานวันไหนครับ (ถ้ามันออกมาวันอังคารอีกนะ กรูจะไปถวายสังฆทานให้มันรู้แล้วรู้รอดกันไป) ปรากฏว่า ..........ฟ้ายังมีตา...ที่ฟ้านำเธอมาร่วมทางให้กับฉัน...........อันนี้ถ่ายทำวันศุกร์ครับ
......ฮิ้วๆๆๆ .........(ดีใจอย่างกะได้ดัชชี่บอยยังไงก็ไม่รู้)
.....ผมใช้ไขสันหลังคิดในเวลาไม่ถึง 10 นาที แล้วก็ตอบตกลงไปเรียบร้อยแล้วครับ ข้อดีของโฆษณาตัวนี้คือว่า ผมไม่ใช่ตัวหลัก เพราะฉะนั้น ถึงแม่ดูโฆษณาตัวนี้ แม่ก็จะเห็นผมได้ไม่ชัดนัก ไอ้จะย้อนกลับไปดูก็ไม่ได้แล้ว .....ก็เซฟไป
.....ตอนถ่าย สนุกดีครับ (อย่างน้อยก็สนุกกว่าทำแบบส่งอาจารย์ที่คณะแหละวะ) แต่โฆษณานี้ทำผมกันนานนิดนึง เพราะว่า ตามสคริปต์แล้วเนี่ย ทุกคนที่เข้ามาถ่ายเนี่ย จะต้องทำผมชนิดที่เรียกว่า ตั้งทุกเส้น ผมก็ไม่เคยทำทรงนี้นะ พอทำออกมาแล้วหน้าตาแปลกๆดี ๕๕๕๕ แอบขำนิดนึง ก็ทำผมนานครับ ตั้งแต่ 8โมง ยันเที่ยงโน่นแน่ะ ก็สนุกดี ถ่ายไปเรื่อยๆ จนเสร็จ....
.....แต่น่าเสียดายอยู่อย่างนึงครับ ที่โฆษณานี้ไปออนแอร์อยู่ที่ต่างประเทศ ทำให้ผมไม่สามารถดูได้ว่าเป็นยังไง แต่ถ้าคิดในแง่ดีแล้วก็คือ แม่ก็ไม่ได้เห็นเหมือนกัน จริงมั้ย จริงมั้ย ....รึไม่จริง
......สุดท้ายแล้วก็อย่างที่เคยบอกแหละครับ ผมรู้ครับว่าความลับไม่มีในโลกหรอก แต่...แค่ผมจะเก็บมันไว้เงียบๆอย่างงี้ ได้นานเท่าไหร่แค่นั้นเอง.......
(ไม่มีไรครับ คือแค่อยากแอดรูปลง แค่นั้นเอง ช่วงนี้ยังอืดๆอยู่เลย ......) 02 octubre PJ fanclub @ Malaysia.......หวัดดีครับ คือ นานมากๆแล้วกว่าจะได้มาอัพสเปซให้ได้อ่านกัน เหตุผลมาจากว่า เอ็มที่บ้านอยู่ๆก็ตายด้านซะงั้นครับ ก็เลยไม่ได้มีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้นเลย เอ....แต่จะว่าไปแล้วก็มีเหมือนกันนะ คืองี้ ครับ เรื่องนี่มันก็นานมาแล้วแหละครับ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจากเวิร์คช็อบที่ มาเลเซียโน่นแน่ะ.....
.....คงงงกันล่ะสิว่า ไปโกอินเตอร์กันตั้งแต่เมื่อไหร่ เท้าความให้ฟังก่อนนิดนึงก็ได้ คืองี้ครับ ที่คณะเนี่ย เค้าก็ได้รับเชิญให้นำนิสิตไปร่วมงาน ชื่องานว่า Olympiarch ครั้งที่ 19 ครับ ซึ่ง ตอนแรกๆก็ไม่ได้สนใจอะไรนักหนา จนกระทั่งนึกสนุกขึ้นมา อยากหนีความจริงที่คณะไปให้พันๆซักข่วงอาทิตย์นึงครับ (ตอนนั้น ต้องออกแบบหอพักในวิชา สตูดิโอด้วย น่าเบื่อสาดๆๆ) ก็เลยตัดสินใจไปก็ไปวะ แค่มาเลเซียเอง ได้ไปเที่ยวต่อที่สิงคโปร์ด้วย ตอนแรกครับ ได้ข่าวว่าจะไป 7 คน คือ ชาย 2 หญิง 5 กับอาจารย์อีกสองท่าน ไปๆมาๆ ไอ้คุณตูน ก็มา cancel ซะงั้น ด้วยเหตุที่ว่า ไม่ได้บินด้วยการบินไทย เฟริสท์คลาส ก็เลยไม่ไป (แบนกันเห็นๆ) ทำให้ทุกอย่างกลับไปหมด กลายเป็นดาวล้อมเดือนซะนี่ (ฟังดูดีเชียว) แต่ก็ถอนตัวไม่ได้แล้วล่ะสิ ไปก็ไป....
....ถึงมาเลแล้ว.....
....อันดับแรกคือพวกเราก็ต้องไปลงทะเบียนครับ ลงทะเบียนที่งานนี้แหละ แล้วจากนั้นก็ต้องเข้าไปในห้องฟึงบรรรยายภาพรวมของงาน ซึ่งตอนนั้นผมหน้าตาอิดโรยมากครับ เพราะว่าออกจากเมืองไทย คือ พูดง่ายๆว่า ตึ่นกันตั้งแต่ตีสี่ มาถึงงานกันตอน 5 โมงเย็น เล่นเอาเหนื่อยกัน ง่วงด้วย .....พอเข้าไปที่ออดิทอเรียม ก็ฟังๆไปงั้นแหละครับ รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง เพราะง่วงเหนื่อย หืว ล้า ต่างๆ แล้วก็ออกมาจากห้องโดยไม่คิดอะไร แต่เพื่อนที่ไปก็บอกว่า ....มีคนแอบมองแกอยู่แหละ... แต่ด้วยความง่วงก็ไม่ได้ใส่ใจว่าเค้าคนนั้นเป็นใคร.....
....ไปๆมาๆก็เลยรู้ว่าคนนั้นเค้าเป็นคนที่คุมเรื่องอาหารของโครงการนี้ครับ เพราะฉะนั้น เวลาพวกเราต้องไปกินข้าว ก็ต้องผ่านคนนี้ เดินไปเดินมาผ่านคนคนนี้แหละ เพื่อนก็แซวกันใหญ่ (เขินนะเนี่ยรู้มั้ย...) แล้วคนนั้นเนี่ย ก็แอบมองผมอยู่ในทุกก้าวเลยทีเดียวตลอดเวลาที่ผมอยู่ในโครงการนี้ ครับ ....
.....ผมไม่ได้คิดไปเองนะ เพื่อนๆที่ไปด้วยที่ไปด้วยทุกคนก็บอกกันอย่างงั้นน่ะ แม้กระทั่งอาจารย์เองยังบอกเลย เล่นเอาผมเขินไปใหญ่ แต่ส่วนตัวแล้วผมก็ไม่ได้คิดอะไรหรอกครับ (ถึง
จะเป็นโสดก็ตาม) และแล้ว คืนการแสดงก็มสาถึง พวกเราก็ซ้อมกันใหญ่เลย เค้าคนนั้นก็ยังมานั่งมองอยู่ไม่ห่าง เทียวเดินมาดูบ้าง ผมก็ไม่ทราบหรอกครับในทีแรก แต่มีทุกคนกรอกหูซ้ายขวาอยู่ทุกวันอย่างงี้ เป็นใครก็หวั่นไหวเป็นธรรมดา.....
....วันสุดท้ายก็มาถึง พวกเราต้องเดินทางไปเที่ยวกันต่อที่สิงคโปร์แล้ว.....
...ก็มีการร่ำลากันเกิดขึ้น คนนั้นก็ไม่ลืมที่จะมาขอเมลล์ติดต่อผมเอาไว้ครับ ผมคิดว่าคนนี้น่าจะเป็นคนก่อตั้ง PJ Fanclub ไม่ใช่คนนี้คนเดียวนะครับ ยังมีอีกหลายคนที่มาเป็นแฟนคลับ แอบมองอยู่ห่างๆ อ่านมาตั้งนาน ยังไม่ได้บอกเลยครับว่าแฟนคลับมีชื่ออะไรบ้าง คนแรกครับ ชื่อ มาร์คครับ คนที่สองชื่อแซมครับ มดดำ(อันนี้พวกเราตั้งกันเอง) หว่อง...เฮ้อ สาวๆทั้งนั้น.............
........จนในที่สุดผมก็ประคองชีวิตออกมาจากดินแดนพิศวงนั้นได้ ถอนหายใจยาวๆซักที ผมนี่มีเสน่ห์กับเพศ(กึ่ง)ตรงข้ามจริงๆ....
ปล. ไม่ได้มีแค่สาวๆครึ่งท่อนพวกนี้นะครับ สาวแท้ๆก็มีนะแฟนคลับเนี่ย แต่เล่าให้ฮาๆไปงั้นแหละ เจอกันใหม่ครับ.....
PJ 25 junio จาเป็นนักแสดง.....?????....Salamat Datang.....
แปลว่า สวัสดี ตามภาษามาเลย์เค้าน่ะครับ คืองี้ครับ ผมเพิ่งจะไปทำ เวิร์คช็อบที่ประเทศมาเลเซียมาแหละ เป็นเวลา 7 วัน (เพิ่งลงเครื่องมาเมื่อวานนี้เอง) ในเจ็ดวันนี้ มีครบทุกรสชาติครับ เพราะว่า เป็นเวิร์คช็อบจริงๆ 5 วัน อีกสองวันไปเที่ยวสิงคโปร์มา.....(ห้ามอิจฉา)
......แต่ไอ้เรื่องมาเลเซีย สิงคโปร์อารายนี่ ขอเวลารอเอารูป(ฮาๆ) ลงให้ก่อนนะครับ แล้วเดี๋ยวจะเล่าให้ฟังว่ามันมีอารายเกิดขึ้นบ้าง ..... เกริ่นๆให้ฟังก่อนดีกว่าเนอะ คือว่า ที่ไปเนี่ยนะครับ เป็นงานของคณะจัดให้ไป พวกเราตั้งใจกันว่าจะไปกัน 7 คนครับ ผู้หญิง 5 ผู้ชาย 2 แต่....ไปๆมาๆ กลายเป็นว่า ผมไปเป็นผู้ชายคนเดียวครับ เพราะว่าไอ้เพื่อนผมมันดัน ยกเลิกไป.....ผมก็เลยไปเป็นเดือนในหมู่ดาวซะงั้น เรื่องราวสนุกๆเพิ่งจะเริ่มต้นครับ เอาไว้จะมาเล่าให้ฟังอีกที ตอนลงรูปให้ด้วยเลยแล้วกัน จะได้สนุกขึ้นไปอีกนะครับ.....
........วันนี้ชื่อเรื่องดูเอาแน่เอานอนไม่ได้ยังไงก็ไม่รู้ เพราะว่าเรื่องนี้เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อเย็นนี้เองครับ ผมอยู่ที่ฟิตเนสตามปรกติของผม แล้วก็มีโทรศัพท์มา ผมรับสาย...........
..............หวัดดีครับ (เสียงเท่ห์โคด เพราะเบอร์ไม่คุ้น)
..............หวัดดีค่ะน้องแพท พี่ตุ๊กนะคะ โทรจาก............(ขอสงวนชื่อนะ
ครับ) คืออย่างงี้ค่ะ มีภาพยนตร์เรื่องนึงอ่ะค่ะ เค้าเพิ่มบทขึ้นมา
พี่ก็เลยบอก คือ แพทจะรับเล่นหรือไม่ก็ได้นะคะ
..............(งงไป) แล้ว บทมันเป็นยังไงอ่ะครับ.....
..............คือ เรื่องนี้ เป็นของผู้กำกับ พ.(นามสมมติ) ค่ะ ฉากที่พี่จะติดต่อ
เราเนี่ย เป็นฉากที่ถ่ายวันเดียวจบค่ะ ก็คือ พระเอกเนี่ย กำลังจะ
เดินไปที่ลานจอดรถ แล้วก็ได้ยินเสียงเหมือนคนถูกทำร้ายอ่ะค่ะ
.........
.............(ในใจคิด เฮ้ย ได้เล่นบทร้ายแล้วเว่ย สมใจอยาก ฟังต่อดิ๊...)
........แต่ว่าพอพระเอกเดินไปเห็น ก็ปรากฏว่าไม่ใช่คนทำร้ายกันอ่ะ
ค่ะ แต่ว่า เป็นคนสองคนอยู่หลังพุ่มไม้ กำลังมีความสุขกัน......
.............(เว้ย.....เลิฟซีนเว่ย น่าเล่นๆๆๆๆๆๆ ฟังต่อก่อน)
.............พี่ครับ อย่างงี้มันก็ติดเรทเหรอครับ
.............อ๋อ คืออย่างงี้ค่ะ ซีนเนี้ย จะมีสองตัว คือ ตัวซื้อกับตัวขาย พี่ว่าเรา
น่าจะเล่นเป็นตัวซื้อนะคะ เพราะว่า ตัวขายเนี่ย มีน้องคนนึง พี่ติด
ต่อไว้แล้ว ประมาณ ม.6 ส่วนตัวซื้อเนี่ย ก็เป็นประมาณรุ่นพี่ อะไร
ประมาณนี้ ก็ใส่เสื้อผ้าทั้งตัวน่ะคะ แต่ว่า ที่ตัวซื้อจะต้องเห็นแน่ๆ
คือ แก้มกัน ...........
............(โอ้ว พระเจ้า นึกท่าออกใช่มั้ยครับท่านผู้ชม ว่าท่ามันจะต้องเป็น
ประมาณไหน คือ ใส่เสื้อผ้าหมด เอาแค่ขอบกางเกงลงให้เห็นแก้ม
ก้น พอสยิวกิ้ว โอ้ว.....หลังพุ่มไม้..... เอาแล้วเว่ย เลิฟซีนเว่ย....
ฟังพี่ตุ๊กก่อนดีกว่า น่าสนใจ ถ่ายวันเดียวด้วย อิอิ...)
.........แต่คือ พี่ต้องถามเราก่อน เพราะว่า บทนี้ค่อนข้างแรงน่ะค่ะ
ว่าเราจะรับเล่นมั้ย อีกอย่างที่ต้องบอกให้เข้าใจก่อนคือ แพทต้องใช้
สีหน้า เป็นแอ็คติ้งไปน่ะค่ะ ก็จะถ่ายให้เห็นแก้มก้น แค่นั้น.....
...........(ว้าว..........)
..........แล้วก็ คนสองคนที่ โจ๊ะกันอยู่หลังพุ่มไม้เนี่ย ที่แพทจะต้อง
มาเล่นเป็นตัวซื้อเนี่ยนะคะ เป็นผู้ชายทั้งคู่.............
..........(อ้าว เวร กลายเป็น ก็ต้องกินถั่วดำ โชว์ทั่วประเทศเหรอเนี่ย เฮ้อ อุต
ส่าห์ ตั้งใจฟัง ว่าจะรับแล้วนะเนี่ย ฮาดีว่ะ)
..........แล้วถ่ายวันไหนอ่ะครับพี่ตุ๊ก (ยังจะไปถามเค้าอีก)
..........วันอังคารที่ 27 นี้ค่ะ
..........(๕๕๕๕ ข้าพเจ้าเรียนทั้งวันพอดี) อ๋อ พี่ครับ พอดีมีเรียนทั้งวันครับ
สงสัยคงจะไปให้ไม่ได้อ่ะครับพี่
.........งั้น ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวเอาไว้ยังไงพี่จะคุยกับเราอีกทีละกันนะคะ
.........ครับ เสียดายอยู่ครับพี่ ความจริงก็น่าเล่นดี (อิอิ เหรอวะ)
........ค่ะ งั้นเดี๋ยวไว้พี่โทรไปนะ
.........ครับ หวัดดีครับ
.... เสียดายจังเลยครับ ที่ถ่ายให้เห็นแค่แก้มกัน ถ้าถ่ายเห็นทั้งตัวนะ รับเล่นไปแล้ว......๕๕๕๕๕๕๕ 28 mayo ความทรงจำ....ที่ผมจะให้มันอยู่กับผม ตลอดไป ......สวัสดีครับ คือว่า ไม่ได้อัพเรื่องลงมาตั้งนานแล้ว มันเกิดมีปัญหาอารายนิดหน่อย คือว่า เข้าสเปซของตัวเองไม่ได้ ก็เลยไม่ได้อัพเรื่องให้ได้อ่านกัน แต่ไม่เป็นไรครับ วันนี้มาอัพให้แล้ว.....
.......ถ้าได้อ่านเรื่องที่ผมอัพไปก่อนๆ เรื่องความลับน่ะครับ ก็คงจะพอทราบเรื่องราวเกี่ยวกับการเป็น พรีเซ็นเตอร์ ให้กับ Toni&Guy ของผมแล้วนะครับ เท้าความเดิมก็คือ ตอนที่ผมได้ไปถ่ายแบบ ลงให้กับหนังสือ Another me magazine 2006 (ออกวางแผงทั่วประเทศวันที่ 1 มิถุนายน ศกนี้.....โปรโมต ซะเลย) พี่ป๊อบ พี่โอม ทำผมและทำสีให้ครับ ก็ได้อารายที่แรงโดนใจไปแล้ว ทีนึง เพราะว่า ปัญหาของผมก็คือ ผมเป็นคนที่มีเส้นผมเส้นใหญ่ ดำมาก แต่อยากแรงดูบ้างจะทำยังไง.......
........ปัญหานี้ตกถึงพี่ป๊อบกับพี่โอม (Toni & Guy @ Siam Discovery) พี่ป๊อบทำทรงครับ พี่โอมทำสี ได้ทรงที่ ผมด้านหน้ายาวไม่เท่ากัน ด้านหน้าซ้าย ไม่ตัดออกเลย ด้านหน้าขวา ตัดสั้นซะ แล้วก็ทำ Texture ให้ จากนั้นพี่ป๊อบ ก็ปรึกษากับพี่โอมเรื่องทำสี พี่ป๊อบ อยากให้แรงอย่างที่ผมขอไว้ ก็เลยบอกว่า อยากได้ Hi light สีขาว เป็นแถบเดียวใหญ่ๆ พาดมาข้างหน้า.........
.........ในใจผมก็คิดว่า เอาเลยพี่ เพราะว่า โดยส่วนตัวอยากทำผมสีขาวอยู่แล้ว เหมือนรู้ใจจริงๆ ........
.........พี่โอมทำสีทั้งหัวก่อน เป็นสีน้ำตาล จากนั้น ก็ทำสีขาวอย่างที่บอก ผมอยากเห็นตอนที่มันเสร็จแล้วจังเลย แต่ด้วยความที่เส้นผมเดิมเป็นสีดำมาก การจะทำสีขาว เป็นเรื่องที่ค่อนข้างลำบาก พี่โอมทำสีให้ประมาณ สี่ ถึง ห้าครั้งแล้ว มันก็ไม่ขาวซักที (ออกเหลืองๆ) แต่อย่างไรก็ตาม ต้องรึบส่งตัวผม ไปถ่ายแบบ ที่ Lightbox Studio ก็เลยจัดการ เป็นสีอื่น ออก แดงๆม่วงๆ น้ำตาลหน่อยๆ แบบสีผสมอ่ะครับ ก็ชอบนะ แรงไปอีกแบบ....
.........ผมก็ถูกใจกับสีและทรงนี้ ไปเลยทีเดียว แรงดีครับ จากนั้นนอกจากการที่ผมได้ถ่ายแบบลงหนังสือแล้ว ก็ยังตัองมีงานเดินแบบ เปิดตัว ที่ Siam Discovery วันที่ 26 พฤษภาคม ที่ผ่านมาอีกด้วย น่าสนุกจัง......
.........วันที่ 25 พฤษภาคม เป็นวันซ้อมใหญ่ครับ ทุกคนถูกนัดให้มาพร้อมกันที่ บริษัทเวลล่า ประเทศไทยจำกัด (ซอยรามคำแหง 9 นี่เอง) ก็ซ้อมเดินแบบกันไปตอนเช้า ตอนบ่าย พี่ๆทีมงานทั้งที่ร้าน และของ เวลล่า เองก็มาช่วยพวกเราทำผมกันครั้งสุดท้ายก่อนเดินแบบ พรุ่งนี้ ..........
..........ป๋า แห่ง Toni&Guy บอกว่า สีผมที่อยู่บนหัวผมนั้น ซีดลงไปมากแล้ว (ผมก็ว่างั้นแหละครับ แต่ก็ยังชอบอยู่) ป๋า บอกว่า ให้เปลี่ยนเติมสีเข้าไป แต่ทรงเนี่ย เป็นทรงเดิม พี่ลูกน้ำก็คุยกะป๋า อยู่ว่าจะเอาสีอะไรดีให้ผม
สุดท้าย แรงสะใจผมจริงๆ ผมได้ทำสีทั้งหัวเป็น สีดำประกายน้ำเงิน (สวยดี ชอบมากๆ) ตรง Hi light ได้สีส้ม Magma (คือสีส้มชนิดที่เรียกว่า ส้มตายอ่ะครับ คือ โลกนี้ไม่มีอะไรจะส้มไปกว่านี้อีกแล้ว) สีส้มเนี่ย ป๋าเลือกให้ ส่วนสีดำ ผมเลือกเอง .........คู่สีนี้เป็นคู่ที่แรงมากครับ ชอบสุดๆก็เลยทำ เพื่อจะไปเดินแบบด้วยบุคลิกใหม่ กวนๆ แรงๆ หาเรื่อง.......
.........วันเดินแบบมาถึง พวกเราถูกเรียกซ้อมใหญ่กันแต่เช้า 8.00 น เพราะว่า ทางห้างอนุญาตให้ซ้อมได้เฉพาะเวลาก่อนห้างเปิดเท่านั้นครับ ก็ซ้อมไป ผมว่า ผมคุมสถานการณ์ได้อยู่นะ ไม่ตื่นเวที (ดีใจมากๆ) แต่ผมก็ไม่รู้ว่า เวลามีคนดูมาดูเยอะๆแล้วผมจะยังรักษาอารมณ์กวนทีน อย่างงี้ไว้ได้รึเปล่า........
........การเดินแบบครั้งนี้ เป็นการตัดสิน คัดเลือกเอา 15 คนครับ เพื่อส่งรูปไปยังประเทศอังกฤษต่อไป เพราะฉะนั้น ตัวนายแบบ นางแบบเอง ก็ต้อง นำเสนอ บุคลิกภาพตามทรงผมที่ทางทีมงานมอบให้ ให้ดีทีสุด ผมเลือกที่จะแรง ก็เลยเดินให้มันดูกวนๆ หาเรื่องๆดี (ปกติเป็นคนเรียบร้อย แต่อยากรู้ว่าจะกวนได้แค่ไหน...)
.........หกโมงเย็นกว่าๆ เริ่มเดินแบบแล้ว ผมรู้สึกดีใจมากๆ ที่ยังไง ผมก็ยังไม่มีอาการตื่นเต้นปรากฏออกมา มือก็ไม่เย็น รู้สึกเฉยๆมากๆ ดีครับ ที่มันเป็นอย่างงั้น มีแต่คนบอกว่า สีและทรงของผม จึ๊ดมากๆ (ผมเองก็คิดอย่างงั้นนะครับ แต่ก็ชอบ) ผมว่า สีส้มเนี้ย สามารถมองเห็นได้จากชั้นสามเลยแหละ (จริงๆนะ ไม่ได้เว่อร์)...........
..........ผมเดินแบบด้วยบุคลิกกวนส้นของผม ให้ดีที่สุดครับ แล้วผมก็ทำมันได้จริงๆ ผมว่าผมสะใจนะ ที่ได้ทำอารายแรงๆอย่างที่ผมตั้งใจไว้แต่ต้น ถึงแม้ว่า ผลการตัดสินออกมาผูผ่านเข้าไป จะไม่ใช่ผมก็ตาม ถ้าถามผมว่า ผมเสียใจรึเปล่า ผมว่า ผมดีใจมากกว่านะ ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตนี้ ผมได้ทำอารายแรงๆตามใจของผม และครั้งหนึ่งในชีวิต ผมได้เดินแบบที่นี่ เวทีใหญ่โต เป็นงานที่ใหญ่พอสมควรเลยแหละ............
..........ผมว่า เรื่องนี้ จะเป็นความทรงจำที่ผมจะเก็บมันไว้กับตัวตลอดไปนะ เป็นความทรงจำของผมที่ดีมากที่สุดเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว........
ปล. ผมสามารถทำอะไรก็ได้กับทรงผม ที่ร้าน toni&Guy ฟรี เป็นระยะเวลาหนึ่งปี เดี๋ยวก็ว่าจะไปเปลี่ยนสีอยู่วันจันทร์นี้ ต้องใช้ให้คุ้มครับ อิอิอิ............ |
PJ ครับ..... ยินดีต้อนรับครับ!! ยินดีที่ได้รู้จักครับ |
|||||
|
|